ประวัติความเป็นมาของบริษัท

บริษัทฯ จดทะเบียนจัดตั้งเริ่มแรกเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ตามมติของคณะกรรมการบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) (“TPOLY”) ที่ให้มีการจัดตั้งบริษัทแห่งใหม่เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยให้บริษัทฯ รับโอนการถือหุ้นในบริษัทย่อยดังกล่าวทั้งหมดที่ TPOLY ถืออยู่ในขณะนั้นและกำหนดให้บริษัทฯ เป็นแกนนำในการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคตแทน TPOLY ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557

บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระเริ่มต้นจาก TPOLY จำนวน 153,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 15.3 ล้านหุ้น ตามมูลค่าที่ตราไว้ (par value) 10 บาทต่อหุ้น โดยได้รับชำระค่าหุ้นเป็นหุ้นของบริษัทย่อยที่TPOLY ถือหุ้นอยู่เดิมตามมูลค่าที่ตราไว้ของบริษัทย่อยตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม ได้แก่ 1) บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ("CRB") โดยถือหุ้นร้อยละ 65.0 (ปัจจุบันสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 73.1)


2) บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG") โดยถือหุ้นร้อยละ 65.0 3) บริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด ("BBRP") โดยถือหุ้นร้อยละ 85.0 ปัจจุบันได้จดทะเบียนเลิกบริษัทแล้วนั้น (ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีบริษัทใดที่เริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ มีเพียง CRB ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในขณะที่ TSG อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง) โดยภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว TPOLY มีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทฯ ร้อยละ 100.00

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนจาก 210,550,000 บาท เป็น 310,550,000 บาท โดยเสนอขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 10 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 33 บาท (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้มาลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัทย่อยที่ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("PPA") ซึ่งในขณะนั้นได้แก่ บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP") TSG และ BBRP ทั้งนี้ TPOLY ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 100.00 ได้สละสิทธิในการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน เนื่องจากมีข้อจำกัดทางการเงินที่จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนได้ โดยผู้ถือหุ้นอื่นได้ใช้สิทธิการซื้อหุ้นตามสิทธิและเกินสิทธิ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับเงินเพิ่มทุนครบจำนวน 330,000,000 บาท

บริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด (“BBRP”) มีการจดทะเบียนเลิกบริษัท โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ได้มีมติหยุดดำเนินกิจการพร้อมทั้งศึกษาแนวทาง ขั้นตอน ผลกระทบของการเลิกกิจการเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลิกกิจการในอนาคต (วันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ได้อนุมัติการลดทุนของบริษัทโดยการลดจำนวนหุ้นลง 3 ใน 4 ส่วน จากเดิม 1,000,000 หุ้น เหลือ 250,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ลดตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2558 ได้มีมติให้เลิกกิจการและจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป วันที่ 3 เมษายน 2558 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ได้พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้เลิกบริษัท

ในปี2559 CRB ได้รับอนุมัติเปลี่ยนระบบซื้อขายไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็น ระบบ Feed-in-Tariff มีผลกำหนดใช้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ในขณะที่บริษัทอีก 2 แห่งได้เริ่มดำเนินการขายไฟในเชิงพาณิชย์ คือ บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP") เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559 และ บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG") เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559 อีกทั้งยังมีอีก 2 บริษัทที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด (PGP) และ บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด (SGP) และยังมีบริษัทย่อยอีก 1 บริษัทคือบริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด ("PTG") ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาต

 

นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้ชนะการประมูลเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกสำหรับการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตขนาดเล็กมาก ประเภทเชื้อเพลิงชีวมวลในแบบ Feed-in-Tariff ในระยะที่ 1 สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา โดยบริษัทได้รับคัดเลือกทั้งหมด 3 โครงการดังนี้ บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด มีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์, บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด มีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์, และ บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด มีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 6.3 เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น 24.7 เมกะวัตต์ ส่วนในเรื่องของพลังงานทดแทนประเภทอื่นนอกเหนือจากพลังงานชีวมวล บริษัทฯได้ทำการซื้อหุ้นของบริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด (“SP”) จำนวน 20,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนของบริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตบริหารจัดการระบบการนำขยะมูลฝอยมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า มีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 8 เมกะวัตต์ที่กำลังอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาต อีกทั้งบริษัทฯยังได้ร่วมลงทุนใน บริษัท พีเอ เวสต์แอนด์เอเนอร์จี จำกัด (“PA”) ประกอบธุรกิจผลิตบริหารจัดการระบบการนำขยะมูลฝอยมาผลิตเป็นเชื้อเพลิง

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีโครงการที่ดำเนินการขายไฟในเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ CRB, MWE, MGP, และ TSG รวมมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 34.4 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 แห่งได้แก่ PGP และ SGP รวมมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 18.4 เมกะวัตต์ และมีโครงการอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตอีก 6 แห่งได้แก่ PTG1, PTG2, TPCH1, TPCH2, TPCH5, และ SP รวมมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 74.7 เมกะวัตต์ รวมมีกำลังการผลิตเสนอขายทั้งสิ้นเท่ากับ 127.5 เมกะวัตต์

สรุปความเป็นมาและพัฒนาการของบริษัทฯ

2559

11 พฤษภาคม 2559
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH ครั้งที่ 2/2559 มีมติลงทุนในบริษัท พีเอ เวสต์แอนด์เอเนอร์จี จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 45 และมีมติให้เปิดบริษัทใหม่เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล 5 บริษัท คือ

  1. บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด
  2. บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด
  3. บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 3 จำกัด
  4. บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 4 จำกัด
  5. บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด
โดยถือหุ้นแต่ละบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 65

24 สิงหาคม 2559
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH ครั้งที่ 4/2559 มีมติให้บริษัทลงทุนในบริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท SP จะเป็นบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจผลิตบริหารจัดการระบบการนำขยะมูลฝอยมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยซื้อหุ้นจำนวน 18,000,000 หุ้น ถือหุ้นร้อยละ 45

21 ตุลาคม 2559
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH ครั้งที่ 6/2559 มีมติให้ซื้อหุ้นของ บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด เพิ่มจำนวน 2,000,000 หุ้น ร้อยละ 5 ภายหลังการซื้อหุ้นเพิ่มเติม TPCH ถือหุ้นใน SP จำนวน 20,000,000 หุ้น ถือหุ้นร้อยละ 50

2558

8 มกราคม 2558
บริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ MAI จำนวนหุ้นที่เสนอขายรวมทั้งสิ้น 89,450,000 หุ้น ประกอบด้วย

  1. หุ้นสามัญเพิ่มทุน 50,390,435 หุ้น เสนอขายต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) (TPOLY) ระหว่างวันที่ 23 - 25 ธันวาคม 2557
  2. หุ้นสามัญเพิ่มทุน 39,059,565 หุ้น เสนอขายต่อประชาชนระหว่างวันที่ 24 - 26 ธันวาคม 2557

20 เมษายน 2558
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH มีมติขายหุ้น บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด ร้อยละ 20 คงเหลือสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 60

9 มิถุนายน 2558
ทุนจดทะเบียน 401,200,000 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 401,200,000 บาท

27 พฤศจิกายน 2558
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2558 ของ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทขายหุ้นบางส่วนของ TPCH จำนวน 37,500,000 หุ้น จากเดิมถือหุ้นร้อยละ 51.23 เหลือ ร้อยละ 41.26

2557

6 มีนาคม 2557
TPCH ซื้อหุ้นของ MWE ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ขนาด 8.0 เมกะวัตต์ (ในขณะนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอใบอนุญาต) จากนายประภาส ศรีทองคำ จำนวน 42,500 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 117.4 บาท (เท่ากับมูลค่าตามบัญชี) ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมดเท่ากับ 4,989,500 บาท ส่งผลให้ TPCH มีสัดส่วนการถือหุ้นใน MWE ร้อยละ 85.00 ของทุนจดทะเบียน

17 มีนาคม 2557
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH มีมติจัดตั้งบริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("SGP") เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลในจังหวัดสตูล ขนาด 9.2 เมกะวัตต์ ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000 หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดย TPCH มีสัดส่วนการถือหุ้นใน SGP ร้อยละ 100.0

27 พฤษภาคม 2557
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ TPCH มีมติอนุมัติวาระสำคัญ ดังนี้

  1. จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเปลี่ยนชื่อของบริษัทฯ เป็นบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
  2. เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10.0 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1.0 บาท
  3. เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 310,550,000.00 บาท เป็น 401,200,000.00 บาท
  4. อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 90.65 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และเพื่อรองรับการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นแก่กรรมการและพนักงาน (ESOP) โดยมีรายละเอียดดังนี้
    • จำนวน 50.39 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ TPOLY ตามสัดส่วน (Pre-emptive Right)
    • จำนวน 39.06 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชน
    • จำนวน 1.20 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นแก่กรรมการและพนักงาน (ESOP)

19 มิถุนายน 2557
บริษัทแปลงสภาพเป็น บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

9 กรกฎาคม 2557
ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท TPCH มีมติขายหุ้น บริษัทย่อยดังนี้

  • ขายหุ้นบริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด จำนวนร้อยละ 20 TPCH คงเหลือสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 80
  • ขายหุ้นบริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด จำนวนร้อยละ 49 TPCH คงเหลือสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 51

30 ธันวาคม 2557
ทุนจดทะเบียน 401,200,000.00 ล้าน มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 400,000,000.00 บาท

2556

18 กุมภาพันธ์ 2556
เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 153,000,000 บาท เป็น 164,000,000 บาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น

3 พฤษภาคม 2556
เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 164,000,000 บาท เป็น 210,550,000 บาท โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น

1 กรกฎาคม 2556
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPOLY มีมติที่สำคัญเกี่ยวกับ TPCH ดังนี้

  1. อนุมัติให้ TPOLY ชำระเงินค่าหุ้นส่วนที่เหลือ ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมด 210,550,000 บาท
  2. อนุมัติให้ TPOLY ขายหุ้นของ TPCH จำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ในราคาหุ้น 10 บาท ให้แก่ นายไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของ TPOLY และเป็นกรรมการของบริษัทฯ
  3. อนุมัติให้ TPCH เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 210,550,000 บาท เป็น 310,550,000 บาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 10,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 33 บาทโดย TPOLY สละสิทธิที่จะจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดที่จะได้รับการจัดสรรตามสัดส่วน ในขณะที่ผู้ถือหุ้นของ TPCH รายอื่นๆ ที่เหลือได้ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนและเกินสัดส่วนที่ได้รับการจัดสรร โดยภายหลังการเสนอขายสัดส่วนการถือหุ้นใน TPCH สรุปได้ดังนี้
    สัดส่วนร้อยละ
    1. TPCH 64.6
    2. ผู้ถือหุ้นรายย่อย 32.2
    3. นายไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี 3.2

8 กรกฎาคม 2556
TPCH ซื้อหุ้นสามัญของ MGP จากนางปริญดา ศุภวัฒน์วิมล ซึ่ง MGPประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ขนาด 8.0 เมกะวัตต์ (ในขณะนั้นอยู่ระหว่างขั้นตอนการขอใบอนุญาต) จำนวน 92,000 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 100 บาท (เท่ากับมูลค่าที่ตราไว้) ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมดเท่ากับ 9,200,000 บาท หรือเทียบเท่ากับสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 46.00 ของทุนจดทะเบียน นอกจากนี้ TPCH และ EnBW จะต้องชำระค่าหุ้นแทนบริษัท กรีน เพาเวอร์ โปรดิวเซอร์ กรุ๊ป จำกัด ("GPPG") ฝ่ายละร้อยละ 2.50 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งหมด ตาม Mahachai Green Power Joint Venture Agreement (รวม 2 ฝ่ายทั้ง TPCH และ EnBW เท่ากับร้อยละ 5.00) ทั้งนี้ ทุนจดทะเบียนชำระแล้วของ MGP ต้องไม่เกิน 210,000,000 บาท

14 สิงหาคม 2556
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPOLY มีมติอนุมัติให้ TPOLY ลดสัดส่วนการขายหุ้นที่ TPOLY ได้ขายให้แก่ นายไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของTPOLY และเป็นกรรมการของบริษัทฯ) ตามที่ได้รับการอนุมัติโดยที่ประชุมคณะกรรมการของ TPOLY วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 จากเดิมจำนวน 1,000,000 หุ้น เหลือเท่ากับ 500,000 หุ้น โดยให้ TPOLY รับซื้อหุ้นจำนวน 500,000 หุ้น คืนจากนายไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี ในราคาเดียวกันกับราคาที่ได้ขายหุ้น คือ ราคาหุ้นละ 10 บาท ทั้งนี้ภายหลังการรับซื้อหุ้นดังกล่าวสัดส่วนการถือหุ้นใน TPCH สรุปได้ดังนี้

สัดส่วนร้อยละ
1. TPCH 66.2
2. ผู้ถือหุ้นรายย่อย 32.2
3. นายไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี 1.6

15 สิงหาคม 2556
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH ได้มีมติเข้าร่วมลงทุนในบริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด ("PTG") ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งใหม่เพื่อทำโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดประมาณ 42.0 เมกะวัตต์ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โรงไฟฟ้า ภายในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ซึ่งแต่ละโรงไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 21.0 เมกะวัตต์ ในจังหวัดปัตตานี โดยมีทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,000,000 หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดย TPCH มีสัดส่วนการถือหุ้น ร้อยละ 65.00 ของทุนจดทะเบียน

31 ตุลาคม 2556
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPCH มีมติจัดตั้งบริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("PGP") เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลในจังหวัดพัทลุง ขนาด 9.2 เมกะวัตต์ ด้วยทุนจดทะเบียน 15,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน1,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดย TPCH มีสัดส่วนการถือหุ้นใน PGP ร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียน

2555

12 พฤศจิกายน 2555
ที่ประชุมคณะกรรมการของ TPOLY มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ชื่อ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ("TPCH") เพื่อประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยให้ TPCH เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแทน TPOLY ตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิมที่ TPOLY ถืออยู่ขณะนั้น และกำหนดให้TPCH เป็นบริษัทย่อยที่จะดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

26 ธันวาคม 2555
TPCH จดทะเบียนจัดตั้งด้วยทุนจดทะเบียนเท่ากับ 153,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 15,300,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และเข้าถือหุ้นในบริษัทย่อยที่ทำโครงการโรงไฟฟ้าของ TPOLY ที่มีอยู่ทั้งหมดในขณะนั้น โดย TPCH มีสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัทย่อยภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้นดังนี้

สัดส่วนร้อยละ
1. CRB 65.0
2. TSG 65.0
3. BBRP 85.0