ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ" หรือ "TPCH") ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นใน บริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ และ ให้บริการสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกันของบริษัทฯ โดยมีเงินลงทุนในบริษัทที่มี แผนดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลเพียงประเภทเดียวจำนวน 7 บริษัท (ไม่รวม BBRP เนื่องจาก เมื่อ วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ของ BBRP ได้มีมติให้ BBRP หยุดดำเนินกิจการ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2558 ของ BBRP มีมติให้ BBRP เลิกกิจการ และวันที่ 3 เมษายน 2558 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 มีมติให้เลิกบริษัท) และจะมีรายได้หลักเป็นเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุน ถือหุ้นในบริษัทอื่นและมีรายได้อื่นๆ

จากการให้บริการสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทในกลุ่ม เป็นต้น โดย ณ วันที่ 1 มีนาคม 2559 มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์จำนวน 2 โรง ได้แก่ CRB ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2556 และ MWE ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 วันที่ 3 เมษายน 2558 CRB ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.55 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน จำนวน 31,000,000 บาท จากกำไรสุทธิประจำปี 2557 วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 CRB ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2559 พิจารณาและอนุมัติกำหนดจ่ายปันผลให้อัตราหุ้นละ 0.75 บาท รวมเป็นเงิน 15,000,000 บาท จากกำไรสุทธิ ประจำปี 2558

นโยบายการลงทุนของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีนโยบายการลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่างๆ ซึ่งถือ เป็นการลงทุนในประเภทธุรกิจหลัก (Core Business) ของบริษัทฯ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการ ที่ควบคุมร่วมกัน ที่มีแผนดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็ก (SPP) กำลังการผลิตไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ ได้แก่ PTG และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็กมาก (VSPP) กำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ได้แก่ CRB, MGP, TSG, MWE, PGP และ SGP (ไม่รวม BBRP เนื่องจาก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ของ BBRP ได้มีมติให้ BBRP หยุดดำเนินกิจการ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2558 ของ BBRP มีมติให้ BBRP เลิกกิจการ และวันที่ 3 เมษยน 2558 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 มีมติให้เลิกบริษัท) ซึ่งบริษัทฯ จะทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) ด้านการเงิน เทคโนโลยี บุคลากร เชื้อเพลิง กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่บริษัทฯ เข้าลงทุนมีศักยภาพที่จะสามารถสร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มให้แก่ บริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ในการเข้าลงทุนในแต่ละบริษัท บริษัทฯ อาจลงทุนเอง ทั้งหมดหรือร่วมลงทุนกับพันธมิตรเพื่อให้การดำเนินการโรงไฟฟ้าได้รับประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายที่จะติดตาม กำกับ ดูแล บริษัทย่อยที่ได้เข้าไปลงทุนทั้งในด้านการบริหาร (Management) และการดำเนินการ (Operation) อย่างชัดเจน โดยมีการแต่งตั้งกรรมการตัวแทนตามมติกรรมการของ บริษัทฯ เข้าไปเป็นกรรมการในแต่ละบริษัทย่อยที่เข้าไปลงทุน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า บริษัทย่อยจะดำเนินธุรกิจ ตามนโยบายเดียวกันกับบริษัทฯ บริษัทฯ กำหนดให้หน่วยงานตรวจสอบภายในของบริษัทฯ เข้าไปสอบทานการทำงาน และการปฎิบัติตามนโยบายต่างๆ ของแต่ละบริษัทย่อยและให้นำมารายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ นอกจากนี้ยังจัดให้มีระบบงานที่สามารถสนับสนุนการประสานงานและการรายงานที่เป็น daily operation ระหว่างทีม ผู้บริหารในด้านการปฎิบัติการของบริษัทย่อยและบริษัทฯ เพื่อให้เกิดการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยบริษัทฯ มีการลงทุนในเทคโนโลยีที่สามารถแสดงผลการทำงาน real-time แต่ละ site งาน มายังผู้บริหารของบริษัทฯ ได้

หลักเกณฑ์การพิจารณาการลงทุนของบริษัทฯ มีดังนี้

1. บริษัทฯ จะลงทุนในโครงการที่คาดว่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนของโครงการ (IRR) ขั้นต ่าร้อยละ 15 รวมทั้งโครงการที่ให้ผลตอบแทนทางการเงินอื่นซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับการลงทุนในโครงการอื่นที่บริษัทฯ ซื้อมาจากหรือเข้าร่วมลงทุนกับผู้ที่พัฒนาโครงการนั้น ผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวที่บริษัทฯ จะได้รับนั้นอาจเปลี่ยนแปลงลดลงจากอัตราผลตอบแทน ข้างต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินลงทุนที่บริษัทฯ ซื้อมาเป็นปัจจัยสำคัญ
2. บริษัทฯ จะลงทุนในโครงการที่มีคู่สัญญาที่มีความน่าเชื่อถือและมีจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ
3. บริษัทฯ จะลงทุนในโครงการที่บริษัทฯ ได้ศึกษา และสำรวจปริมาณเชื้อเพลิงว่ามีเพียงพอสำหรับ โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลและสามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้ในราคาที่ทำให้บริษัทฯ ยังได้รับผลตอบแทน ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1
4. บริษัทฯ จะลงทุนในโครงการที่สามารถจัดหาอุปกรณ์หลักและอะไหล่ต่างๆ ได้ในอัตราต้นทุนที่ สมเหตุสมผลและสามารถจัดให้มีการบำรุงรักษาภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
5. บริษัทฯ จะลงทุนในโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
6. บริษัทฯ จะเป็นผู้พัฒนาโครงการด้วยตนเองในกรณีที่โครงการที่จะลงทุนมีขนาดของการลงทุนเหมาะสม กับศักยภาพของบริษัทฯ
7. ในกรณีที่เป็นโครงการที่บริษัทฯ จะต้องร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนอื่น บริษัทฯ จะเลือกลงทุนในโครงการที่มี ศักยภาพและผู้ร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวจะต้องมีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกัน
ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้า 2 แห่ง ที่ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว (“Commercial Operation Date” “COD”) คือโรงไฟฟ้าของ CRB ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 15 มีนาคม 2556 มีกำลังการผลิตเสนอขาย เท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์ในระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Adder และโรงไฟฟ้าของ MWE ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ในวันที่ 12 ตุลาคม 2558 มีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 8.0 เมกะวัตต์ ในระบบการซื้อขายไฟฟ้า แบบ FiT (Feed in Tariff) บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้า 4 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ MGP TSG PGP และ SGP ซึ่งมีกำลัง การผลิตเสนอขายรวมเท่ากับ 35.6 เมกะวัตต์ได้แก่ 1) โครงการโรงไฟฟ้าของ MGP ซึ่งมีก ำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 8.0 เมกะวัตต์ในระบบการซื้อขายไฟฟ้า แบบ FiT อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2559 2) โครงการโรงไฟฟ้าของ TSG ซึ่งมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์ในระบบการซื้อขายไฟฟ้า แบบ FiT อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2559 3) โครงการโรงไฟฟ้าของ PGP ซึ่งมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์ ในระบบการซื้อขายไฟฟ้า แบบ FiT อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 4) โครงการโรงไฟฟ้าของ SGP ซึ่งมีกำลังการผลิตเสนอขายเท่ากับ 9.2 เมกะวัตต์ ในระบบการซื้อขายไฟฟ้า แบบ FiT อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2560

นอกจากนี้ โครงการโรงไฟฟ้าในอนาคตของบริษัทย่อยอีก 1 แห่ง ได้แก่ PTG ที่บริษัทฯ ได้จัดตั้งขึ้น ในปี 2556 เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวล แบ่งออกเป็น 2 เฟส แต่ละเฟสมีกำลังการผลิต เสนอขายเฟสละ 2 1.0 เมกะวัตต์ซึ่ง PTG ในเฟสแรกได้รับแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (Letter of Intent: LoI) ในวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ในระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Adder สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Power Producer: SPP)

สำหรับ BBRP เมื่อวันที่ 3 1 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ของ BBRP ได้มีมติให้ BBRP หยุดดำเนินกิจการ และศึกษาแนวทาง ขั้นตอน และผลกระทบของการเลิกกิจการ เพื่อการตัดสินใจในการเลิก กิจการในอนาคต และเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ของ BBRP อนุมัติการลดทุน ของบริษัท โดยการลดจำนวนหุ้นลง 3 ใน 4 ส่วน จากเดิม 1,000,000 หุ้น เหลือ 250,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยลดตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ประชุมกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2558 ของ BBRP มีมติให้ BBRP เลิกกิจการ วันที่ 3 เมษายน 2558 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 มีมติให้เลิกบริษัท วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 ได้จดทะเบียนเลิกบริษัท และวันที่ 13 ตุลาคม 2558 ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี



การจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการ

เนื่องจากธุรกิจหลักของบริษัทฯ คือการลงทุนในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า บริษัทฯ จะเข้า ไปมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อนที่จะตัดสินใจพัฒนาและลงทุนใน โครงการ ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของการจัดตั้งบริษัทแห่งใหม่มารองรับโครงการใหม่ ซึ่งบริษัทฯ สามารถลงทุนได้

ใน สัดส่วนร้อยละ 100 หรือจะสรรหาพันธมิตรเพื่อชักชวนเข้ามาร่วมลงทุนสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ดังที่ได้กล่าว มาแล้ว ทั้งนี้สามารถแสดงขั้นตอนการศึกษาและพัฒนาโครงการจนกระทั่งสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในภาพรวม ตามแผนภาพดังน



ขั้นตอนการศึกษาและพัฒนาโครงการจนกระทั่งสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า


การศึกษา
ความเป็นไปได้ของโครงการ

การขอ
ใบอนุญาติสำหรับโครงการ

การก่อสร้างโรงไฟฟ้า

การดำเนินการโรงไฟฟ้า

  1. มวลชนสัมพันธ์
  2. แหล่งเชื้อเพลิง
  3. เสาะหาผู้ดำเนินโครงการ
  4. ความพร้อมด้านเงินทุน
  5. ความเป็นไปได้ทางการเงิน
  6. อื่นๆ
  1. ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.4)
  2. สัญญาซื้อขายโรงไฟฟ้า(PPA)
  3. ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าและพลังงานควบคุม
  1. การเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
  2. การเลือกอุปกรณ์และเทคโนโลยี
  1. การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า
  2. การควบคุม ดูแลการผลิตและการบริหารงาน
  3. การซ่อมแซมและการบำรุงรักษา
นอกจากการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเองตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว หากมีโครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังพัฒนาหรือ ดำเนินการไปแล้ว บริษัทฯ อาจพิจารณาเข้าไปร่วมลงทุนโดยการซื้อหุ้นหรือซื้อสินทรัพย์โดยบริษัทฯ ก็จะเข้าลงทุน ภายใต้นโยบายการลงทุนและหลักเกณฑ์การลงทุน ที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้