โรงไฟฟ้าชีวมวล

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ("CRB" หรือ “บริษัทแกน”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช CRB ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD") และต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญาตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า CRB จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (วันที่ 15 มีนาคม 2556)

CRB ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ CRB ได้จัดจ้าง VSPP ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน CRB สัดส่วนร้อยละ 16.87 ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย

วันที่ 31 มีนาคม 2556 CRB มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 20,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 200,000,000 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CRB ร้อยละ 73.1 VSPP และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 16.88 และ 10.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร MGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8.0 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 ระบุว่า MGP จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.3 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

MGP ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง. 4) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ปัจจุบัน MGP อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือน นับจากได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2556 และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2558

MGP ใช้ชีวมวลจากต้นมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้เศษไม้และขี้เลื้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ทั้งนี้บริษัทฯ จะใช้โครงการ MGP เป็นโครงการแรกที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อดำเนินการเองแทนการจ้างบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินการ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้จ้างวิศวกร ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่น ซึ่งทีมวิศวกรดังกล่าวได้เข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นก่อสร้างซึ่งจะทำให้เข้าใจการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้นและมีแผนกำลังคนจำนวน 48 คนซึ่งจะทยอยดำเนินการจัดจ้างเมื่อการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดย MGP ทำสัญญาจะซื้อจะขายเชื้อเพลิงกับ บริษัท โคโค่ บริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล จำกัด ("Coco FMC") ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 MGP มีทุนจดทะเบียน 210,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 124,500,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน MGP ร้อยละ 46.0 EnBW GPPG และ NC ถือหุ้นร้อยละ 46.0 5.0 และ 3.0 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ ทั้งนี้ MGP มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วให้เป็น 210,000,000 บาท จากเงินทุนหมุนเวียนที่มีอยู่ในปัจจุบันของบริษัทฯ ภายในปี 2557 เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้าง ซื้อเครื่องจักรและการดำเนินงาน

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช TSG ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ระบุว่า TSG จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

TSG ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง. 4) แล้ว เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ปัจจุบันTSG อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 16 เดือน และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2558

TSG ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ TSG ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ VSPP (ไม่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 TSG มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 155,000,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 65.0 และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 35.0 ของทุนจดทะเบียน ทั้งนี้ TSG มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วให้เป็น 200,000,000 บาท ภายในปี 2557 เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้าง ซื้อเครื่องจักร และการดำเนินงาน

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ("CRB" หรือ “บริษัทแกน”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช CRB ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD") และต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญาตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า CRB จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (วันที่ 15 มีนาคม 2556)

CRB ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ CRB ได้จัดจ้าง VSPP ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน CRB สัดส่วนร้อยละ 16.87 ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย

วันที่ 31 มีนาคม 2556 CRB มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 20,000,000 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 200,000,000 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CRB ร้อยละ 73.1 VSPP และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 16.88 และ 10.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร MGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8.0 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 ระบุว่า MGP จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.3 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

MGP ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง. 4) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ปัจจุบัน MGP อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือน นับจากได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2556 และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2558

MGP ใช้ชีวมวลจากต้นมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้เศษไม้และขี้เลื้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ทั้งนี้บริษัทฯ จะใช้โครงการ MGP เป็นโครงการแรกที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อดำเนินการเองแทนการจ้างบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินการ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้จ้างวิศวกร ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่น ซึ่งทีมวิศวกรดังกล่าวได้เข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นก่อสร้างซึ่งจะทำให้เข้าใจการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้นและมีแผนกำลังคนจำนวน 48 คนซึ่งจะทยอยดำเนินการจัดจ้างเมื่อการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดย MGP ทำสัญญาจะซื้อจะขายเชื้อเพลิงกับ บริษัท โคโค่ บริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล จำกัด ("Coco FMC") ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้า

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 MGP มีทุนจดทะเบียน 210,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 124,500,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน MGP ร้อยละ 46.0 EnBW GPPG และ NC ถือหุ้นร้อยละ 46.0 5.0 และ 3.0 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ ทั้งนี้ MGP มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วให้เป็น 210,000,000 บาท จากเงินทุนหมุนเวียนที่มีอยู่ในปัจจุบันของบริษัทฯ ภายในปี 2557 เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้าง ซื้อเครื่องจักรและการดำเนินงาน

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช TSG ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ระบุว่า TSG จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

TSG ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง. 4) แล้ว เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 ปัจจุบันTSG อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 16 เดือน และคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2558

TSG ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ TSG ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ VSPP (ไม่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 TSG มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 155,000,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 65.0 และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 35.0 ของทุนจดทะเบียน ทั้งนี้ TSG มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วให้เป็น 200,000,000 บาท ภายในปี 2557 เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้าง ซื้อเครื่องจักร และการดำเนินงาน

บริษัท แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ จำกัด ("MWE")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ที่ ตำบลวังซ่าน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ MWE ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2551 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปีนับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8.0 เมกะวัตต์ โดยกำหนดให้ MWE ต้องขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2553 และ MWE ยังมิได้มีการดำเนินการก่อสร้าง ดังนั้น สัญญาดังกล่าวจึงสิ้นสุดลง นอกจากนั้น MWE ได้รับใบอนุญาตโรงงาน (รง. 4) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2552

MWE ได้ยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") อีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคม 2556 ปัจจุบัน MWE อยู่ระหว่างปรับสภาพพื้นที่และก่อสร้างงานโยธาเพื่อเตรียมความพร้อมในการติดตั้งงานระบบของโรงไฟฟ้าชีวมวล

MWE ใช้ชีวมวลจากแกลบและไม้เบญจพรรณเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากมันสำปะหลังเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 MWE ได้ลงนามในสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษากับ บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ("GPP") ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกันแห่งหนึ่ง เพื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 MWE มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 161,000,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน MWE ร้อยละ 85.0 GPP และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. พรหมมารักษ์ ถือหุ้นร้อยละ 10.0 และ 5.0 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับทั้งนี้ MWE มีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วให้เป็น 200,000,000 บาท จากเงินทุนหมุนเวียนที่มีอยู่ในปัจจุบันของบริษัทฯ ภายในปี 2557 เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้าง ซื้อเครื่องจักรและการดำเนินงาน

บริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด ("BBRP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บบริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากแพรก อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ BBRP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8.0 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ระบุว่า BBRP จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับไฟฟ้า ("Adder") 0.3 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ของ BBRP ได้มีมติให้ BBRP หยุดดำเนินกิจการ และศึกษาแนวทางขั้นตอน และผลกระทบของการเลิกกิจการ เพื่อการตัดสินใจในการเลิกกิจการในอนาคต และเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ของ BBRP อนุมัติการลดทุนของบริษัท โดยการลดจำนวนหุ้นลง 3 ใน 4 ส่วน จากเดิม 1,000,000 หุ้น เหลือ 250,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยลดตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย

และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("PGP")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ที่ตำบลป่าบอน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

PGP ได้ยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 โดยในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 PGP มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 60,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 6,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 38,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน PGP ร้อยละ 80.0 ของทุนจดทะเบียน ส่วน WWE ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 20.0 ของทุนจดทะเบียน

 

 

 

 

บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("SGP")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

SGP ได้ยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 โดยในวันที่ 5 สิงหาคม 2557 SGP มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 20,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน SGP ร้อยละ 51.0 ของทุนจดทะเบียน ส่วน WWE และ GPP ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 40.0 และ 9.0 ของทุนจดทะเบียน ตามลำดับ โดยมีแผนที่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นประมาณ 60,000,000 บาท ภายในปี 2557

 

 

 

บริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด ("PTG")

กำลังการผลิต 21.0 เมกะวัตต์

บริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขายประมาณ 42.0 เมกะวัตต์ ที่ ตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดย PTG จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 1.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลอื่นของ TPCH เนื่องจากอยู่ในเขต 3 จัดหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในบริเวณดังกล่าวจะได้รับ Adder เพิ่มอีก 1 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

วันที่ 30 มิถุนายน 2557 PTG มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 10,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 10,000,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน PTG ร้อยละ 65.00 ของทุนจดทะเบียน และบริษัท นราพารา จำกัด และบริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นอยู่ใน PTG ร้อยละ 25.00 และ 10.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ

PTG ได้ยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ("กฟผ.") เพื่อที่จะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ในปริมาณไฟฟ้าสูงสุด 21 เมกะวัตต์ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2557 สำหรับโรงไฟฟ้าที่ 1 และอยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและเชื่อมโยงระบบกับ กฟผ. เพิ่มเติมอีก 21 เมกะวัตต์ สำหรับโรงไฟฟ้าที่ 2 ซึ่งทั้ง 2 โรงไฟฟ้าจะอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกัน และปัจจุบัน PTG อยู่ระหว่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ "EIA") ซึ่ง PTG ได้ทำรายงานสรุปการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 แล้ว

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด (“TPCH1”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด (“TPCH1”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา TPCH1 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff ราคาที่ 3.10 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่ม ต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD)

ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 TPCH1 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ามันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะบริหารจัดการเองหรือจะทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับบุคคลอื่น

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 1 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด (“TPCH2”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด (“TPCH2”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา TPCH2 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff ราคาที่ 3.10 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่ม ต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD) ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561

TPCH2 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ามันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ขณะนี้กาลังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะบริหารจัดการเองหรือจะทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับบุคคลอื่น

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 2 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 3 จำกัด (“TPCH3”)

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 3 จำกัด (“TPCH3”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อยื่นประมูลราคาสำหรับสัญญาขายไฟกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำหรับพื้นที่ในตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี แต่ไม่ชนะการประมูล

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 3 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัดถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 4 จำกัด (“TPCH4”)

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 4 จากัด (“TPCH4”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อยื่นประมูลราคา สำหรับสัญญาขายไฟกับสำนักงานคณะกรรมการกา กับกิจการพลังงาน แต่ไม่ได้ยื่นประมูล

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 4 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด (“TPCH5”)

กำลังการผลิต 6.3 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด (“TPCH5”) ได้ถูกจัดตั้ง ขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 6.3 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบางปอ อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส TPCH5 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff ราคาที่ 3.42 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่ม ต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD) ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561

TPCH5 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ามันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาว่าจะบริหารจัดการเองหรือจะทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับบุคคลอื่น

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH5 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10