โรงไฟฟ้าชีวมวล

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ("CRB" หรือ “บริษัทแกน”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช CRB ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD") และต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญาตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า CRB จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (วันที่ 15 มีนาคม 2556) ) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 CRB ได้รับมติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้เปลี่ยนการขายไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็นระบบ Feed-in-Tariff จนสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 14 มีนาคม 2572

CRB ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ CRB ได้จัดจ้าง VSPP ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน CRB สัดส่วนร้อยละ 16.88 ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอและดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้าของ CRB มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 96.3

ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเท่ากับ 200,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ทุนชำระแล้ว 200,000,000 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CRB ร้อยละ 73.12 VSPP และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 16.88 และ 10.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2561

- CRB ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2018

  1. รางวัลชนะเลิศ ASEAN ENERGY AWARDS 2018
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2018

- CRB ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2561

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร MGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย MGP เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559

MGP ใช้ชีวมวลจากต้นมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้เศษไม้และขี้เลื้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ทั้งนี้บริษัทฯ จะใช้โครงการ MGP เป็นโครงการแรกที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อดำเนินการเองแทนการจ้างบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินการ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้จ้างวิศวกร ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่น ซึ่งทีมวิศวกรดังกล่าวได้เข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นก่อสร้างซึ่งจะทำให้เข้าใจการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้น ปัจจุบัน MGP มีพนักงานจำนวน 53 คนที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโรงไฟฟ้า โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้า MGP มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 94.5

วันที่ 1 มีนาคม 2563 MGP มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 235,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2,350,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนที่เรียกชำระแล้วเท่ากับ 235,000,000.00 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นในอยู่ใน MGP ร้อยละ 46.00 ,EnBW GPPG และ NC ถือหุ้นร้อยละ 46.0 5.0 และ 3.0 ของทุนจดทะเบียน

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2562

- MGP ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2019

  1. รางวัลชนะเลิศ ASEAN ENERGY AWARDS 2019
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช TSG ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย MGP เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559

TSG ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ TSG ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ VSPP (ไม่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอและดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วยโดยในปี 2562 โรงไฟฟ้าของ TSG มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 91.5

วันที่ 1 มีนาคม 2563 TSG มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 200,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีทุนที่เรียกชำระแล้วเท่ากับ 200,000,000 บาท โดย บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65 บริษัท คาร์บอนบีดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 35.00

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2562

- TSG ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2019

  1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ASEAN ENERGY AWARDS 2019
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019

- TSG ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด ("CRB" หรือ “บริษัทแกน”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช CRB ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD") และต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญาตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 9.2 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 ระบุว่า CRB จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 0.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (วันที่ 15 มีนาคม 2556) ) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 CRB ได้รับมติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้เปลี่ยนการขายไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็นระบบ Feed-in-Tariff จนสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในวันที่ 14 มีนาคม 2572

CRB ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ CRB ได้จัดจ้าง VSPP ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน CRB สัดส่วนร้อยละ 16.88 ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอและดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วย โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้าของ CRB มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 96.3

ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วเท่ากับ 200,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 20,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท ทุนชำระแล้ว 200,000,000 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CRB ร้อยละ 73.12 VSPP และ EnBW ถือหุ้นร้อยละ 16.88 และ 10.00 ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2561

- CRB ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2018

  1. รางวัลชนะเลิศ ASEAN ENERGY AWARDS 2018
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2018

- CRB ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2561

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("MGP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท มหาชัย กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลชัยมงคล อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร MGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย MGP เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2559

MGP ใช้ชีวมวลจากต้นมะพร้าวเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้เศษไม้และขี้เลื้อยจากโรงงานอุตสาหกรรมในบริเวณใกล้เคียงเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ทั้งนี้บริษัทฯ จะใช้โครงการ MGP เป็นโครงการแรกที่จะพัฒนาบุคลากรเพื่อดำเนินการเองแทนการจ้างบุคคลภายนอกเพื่อดำเนินการ โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้จ้างวิศวกร ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่น ซึ่งทีมวิศวกรดังกล่าวได้เข้ามาร่วมโครงการตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นก่อสร้างซึ่งจะทำให้เข้าใจการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้น ปัจจุบัน MGP มีพนักงานจำนวน 53 คนที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโรงไฟฟ้า โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้า MGP มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 94.5

วันที่ 1 มีนาคม 2563 MGP มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 235,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2,350,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และมีทุนที่เรียกชำระแล้วเท่ากับ 235,000,000.00 บาท โดย บริษัทฯ ถือหุ้นในอยู่ใน MGP ร้อยละ 46.00 ,EnBW GPPG และ NC ถือหุ้นร้อยละ 46.0 5.0 และ 3.0 ของทุนจดทะเบียน

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2562

- MGP ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2019

  1. รางวัลชนะเลิศ ASEAN ENERGY AWARDS 2019
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด ("TSG")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทุ่งสัง กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทุ่งสัง อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช TSG ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย MGP เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2559

TSG ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ TSG ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ VSPP (ไม่เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอและดูแลเรื่องการซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกด้วยโดยในปี 2562 โรงไฟฟ้าของ TSG มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 91.5

วันที่ 1 มีนาคม 2563 TSG มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 200,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีทุนที่เรียกชำระแล้วเท่ากับ 200,000,000 บาท โดย บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65 บริษัท คาร์บอนบีดับเบิ้ลยู (ไทยแลนด์) จำกัด ถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 35.00

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2562

- TSG ได้รับ 2 รางวัลยอดเยี่ยม ด้านพลังงานทดแทน แห่งปี 2019

  1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ASEAN ENERGY AWARDS 2019
  2. รางวัลดีเด่น Thailand Energy Awards 2019

- TSG ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562

บริษัท แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ จำกัด ("MWE")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บริษัท แม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ที่ ตำบลวังซ่าน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

MWE ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff  โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย MWE เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันที่ 12 ตุลาคม 2558

MWE ใช้ชีวมวลจากแกลบและไม้เบญจพรรณเป็นเชื้อเพลิงหลักและยังสามารถใช้ชีวมวลจากมันสำปะหลังเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ ในขณะเดียวกันบริษัทยังได้เตรียมความพร้อมและจัดวางแผนเชื้อเพลิงจากพืชพลังงานสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าแล้วอีกด้วย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2561 MWE ได้จัดตั้งบุคลากรเพื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าชีวมวลซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลเองแทนการทำสัญญาว่าจ้างเดินเครื่องกับบริษัทภายนอก โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้า MWE มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 94.5

วันที่ 1 มีนาคม 2563 MWE มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 2,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ100 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 200,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85.00 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10.00  ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช.พรหมมารักษ์ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 5.00 บริษัทฯ

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2561 - MWEได้รับรางวัลรางวัลดีเด่น ด้านพลังงานทดแทน Thailand Energy Awards 2018

ปี 2562 - MWE ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562

บริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด ("BBRP")

กำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์

บบริษัท บางสะพานน้อย ไบโอแมส จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 8.0 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากแพรก อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ BBRP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2552 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี นับจากเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าและต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 5 ปี โดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา ตามสัญญาดังกล่าว กฟภ. ตกลงซื้อไฟฟ้าในปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุด 8.0 เมกะวัตต์ และจากเอกสารแจ้งผลการพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ระบุว่า BBRP จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับไฟฟ้า ("Adder") 0.3 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี นับจากวันที่ได้เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า ("COD")

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2557 ของ BBRP ได้มีมติให้ BBRP หยุดดำเนินกิจการ และศึกษาแนวทางขั้นตอน และผลกระทบของการเลิกกิจการ เพื่อการตัดสินใจในการเลิกกิจการในอนาคต และเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 3/2557 ของ BBRP อนุมัติการลดทุนของบริษัท โดยการลดจำนวนหุ้นลง 3 ใน 4 ส่วน จากเดิม 1,000,000 หุ้น เหลือ 250,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยลดตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย

และเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2558 บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("PGP")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท พัทลุง กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ที่ตำบลป่าบอน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

PGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff  โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย PGP เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันที่ 7 กรกฎาคม 2560

PGP ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ PGP ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท สเตพไวส์ เอ็นเนอร์ยี่ แมเนจเมนท์ จำกัด (“STEM”) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้า PGP มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 94.3

วันที่ 1 มีนาคม 2563 PGP มีทุนจดทะเบียน 250,000,000 โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 25,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 250,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 บริษัท วู้ดเวอร์คเอ็นเนอร์ยี จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40

ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า

ปี 2562 - PGP ได้รับรางวัลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ที่ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ ธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562

บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด ("SGP")

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท สตูล กรีน เพาเวอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล

SGP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff  โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดย SGP เริ่มจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561

SGP ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ PGP ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท สเตพไวส์ เอ็นเนอร์ยี่ แมเนจเมนท์ จำกัด (“STEM”) ซึ่งขอบเขตรวมไปถึงการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยในปี 2562 โรงไฟฟ้า SGP มี Capacity Factor อยู่ที่ร้อยละ 91.4

บริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด ("PTG")

กำลังการผลิต 21.0 เมกะวัตต์

บริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขายประมาณ 21.0 เมกะวัตต์ ที่ ตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดย PTG ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าใหญ่กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ("กฟผ.") ในระบบ Adder  โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("Adder") 1.30 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลอื่นของ TPCH เนื่องจากอยู่ในเขต 3 จัดหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในบริเวณดังกล่าวจะได้รับ Adder เพิ่มอีก 1 บาท ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้า PTG ได้ดำเนินการขายไฟเชิงพาณิชย์ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2563

PTG ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ โดยได้ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท แอพคอน โอเปอร์เรชั่นส์ แอนด์ เมนเทนแนนซ์ จำกัด (“APCON”) ส่วน TPCH นั้นจะดูแลการจัดหาเชื้อเพลิงเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2563 PTG มีทุนจดทะเบียน 470,600,000.00 บาท โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวน 47,060,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ10 บาท โดยมีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 404,450,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 69.06 บริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 26.56 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 4.38

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด (“TPCH1”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 1 จำกัด (“TPCH1”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา TPCH1 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff ราคาที่ 3.10 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่ม ต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD)ในวันที่ 12 ธันวาคม2563 ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้า TPCH1 กำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง

TPCH1 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ โดยได้ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท เอ็นซิส จำกัด (“ENSYS”) ส่วน TPCH นั้นจะดูแลการจัดหาเชื้อเพลิงเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2563 TPCH 1 มีทุนจดทะเบียน 260,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 26,000,000 หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 140,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 84.23%  นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 15 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จํากัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 0.77

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด (“TPCH2”)

กำลังการผลิต 9.2 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 2 จำกัด (“TPCH2”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบุดี อำเภอเมือง จังหวัดยะลา TPCH2 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff ราคาที่ 3.10 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่ม ต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD) ในวันที่ 2 ธันวาคม2563 ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้า TPCH2 กำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง

TPCH2 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ โดยได้ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท เอ็นซิส จำกัด (“ENSYS”) ส่วน TPCH นั้นจะดูแลการจัดหาเชื้อเพลิงเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2563 TPCH 2 มีทุนจดทะเบียน 260,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 26,000,000 หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 140,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 84.23% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 15 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จํากัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 0.77

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 3 จำกัด (“TPCH3”)

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 3 จำกัด (“TPCH3”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อยื่นประมูลราคาสำหรับสัญญาขายไฟกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำหรับพื้นที่ในตำบลลิปะสะโง อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี แต่ไม่ชนะการประมูล

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 3 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัดถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 4 จำกัด (“TPCH4”)

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 4 จากัด (“TPCH4”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 เพื่อยื่นประมูลราคา สำหรับสัญญาขายไฟกับสำนักงานคณะกรรมการกา กับกิจการพลังงาน แต่ไม่ได้ยื่นประมูล

วันที่ 31 ธันวาคม 2559 TPCH 4 มีทุนจดทะเบียน 20,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000,000หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 5,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65% นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10

 

 

 

 

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด (“TPCH5”)

กำลังการผลิต 6.3 เมกะวัตต์

บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด (“TPCH5”) บริษัท ทีพีซีเอช เพาเวอร์ 5 จำกัด (“TPCH5”) ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าเสนอขาย 6.3 เมกะวัตต์ที่ ตำบลบางปอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส TPCH5 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ("กฟภ.") ในระบบ Feed-in Tariff  ราคาที่ 3.42 บาทต่อหน่วย โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 20 ปี โดยนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์และได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า ("FiT Premium") 0.30 บาท เป็นเวลา 8 ปีนับจากวันที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกัน โดยมีกำหนดวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าตามสัญญา (SCOD) ในวันที่ 7 มีนาคม 2564 ปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้า TPCH5 กำลังอยู่ในช่วงการก่อสร้าง

TPCH5 ใช้ชีวมวลจากต้นยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก และยังสามารถใช้ชีวมวลจากต้นปาล์มน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการเผาไหม้ โดยได้ทำสัญญาจ้างเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าชีวมวลกับ บริษัท แอพคอน โอเปอร์เรชั่นส์ แอนด์ เมนเทนแนนซ์ จำกัด (“APCON”) ส่วน TPCH นั้นจะดูแลการจัดหาเชื้อเพลิงเอง

วันที่ 1 มีนาคม 2563 TPCH5 มีทุนจดทะเบียน 200,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 20,000,000 หุ้น ที่มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท มีทุนเรียกชำระแล้วเท่ากับ 110,000,000 บาท โดยบริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 89%  นายสมบัติ ชัยรัตน์นโนกร เป็นเจ้าของบริษัท นราพารา จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 10 บริษัท กรีน เพาเวอร์ แพลนท์ จํากัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 1